เผยเทคนิคการพัฒนาองค์กรให้ทำงานแบบ digital อย่างเต็มรูปแบบ !!

Reading Time: 1 minute

 

ในยุคที่โลกขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารหลายท่านมีความต้องการที่จะพัฒนาระบบ
IT และกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้เป็นแบบ paperless และ digital มากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรโดยรวม ระบบ IT ที่มีอยู่แล้วเชื่อมต่อเข้ากับระบบใหม่อย่างราบรื่น อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรณ์บุคคลที่ทำหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพและจำนวนที่จำกัด จึงทำให้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ ที่ DurianSoftware เราเชื่อว่าปัญหาหลักๆที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนระบบ IT และกระบวนการทำงานภายในองค์กรไปสู่การเป็น digital สมบูรณ์แบบ มีดังนี้ :

  • ปริมาณโปรแกรมเมอร์ที่มีในบริษัทฯ ไม่เพียงพอที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับเจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆ
  • เจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆมีความสามารถในการอธิบายความต้องการของตนเองให้กับเจ้าหน้าที่โปรแกรมเมอร์ได้ในระดับหนึ่ง ประกอบกับประสพการณ์ในด้านธุรกิจของโปรแกรมเมอร์มีจำกัด ทำให้ requirement ที่โปรแกรมเมอร์ได้รับไม่ครบถ้วน ทำให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นไม่ตรงกับกระบวนการการทำงานตาม requirement ที่ได้รับ ทำให้ เจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆต้องทำ double-job และสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่เจ้าหน้าที่โปรแกรมเมอร์พัฒนาขึ้น
  • โปรแกรมเมอร์ที่สมัครงานเข้ามาเปลี่ยนงานบ่อย (6เดือน ~ 1ปี) พนักงานใหม่ปฏิเสธที่จะรื้องานของโปรแกรมคนเก่าทำให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้ภายในบริษัทใช้ได้เพียงระยะสั้น และต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่เรื่อยๆอยู่ตลอดเวลา
  • โปรเจ็คที่พัฒนาขึ้นใช้ภายในบริษัท ไม่มีบุคคลกลางที่ทราบถึงจุดหรือกระบวนการที่สามารถจะแก้ไข code ได้ในกรณีที่มีบั๊คเกิดขึ้น หรือเมื่อ requirement มีการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้ต้องหา solution ใหม่ๆมาใช้งานอยู่ตลอดเวลา
  • โปรเจ็คที่พัฒนาขึ้นใช้เวลานานเกินกำหนด ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนโปรแกรมเมอร์แบบไม่มีวันสิ้นสุด
  • การพัฒนาซอฟต์แวร์พิเศษให้เฉพาะแต่ละแผนกจำเป็นต้องใช้ทีมพัฒนาโปรแกรมที่มีความเชี่ยวชาญ การจ้างทีมงานภายในใช้เองทำให้มีค่าใช้จ่าย fixed cost ที่สูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูแล ออกแบบวางแผนงาน

และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เราขอแนะนำการพัฒนาระบบ IT และกระบวนการทำงานภายในองค์กรดังนี้ :

  • การทำงานภายในองค์กรควรมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆของบริษัทฯ โดนเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ พนักงานทำงานน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
  • ให้มีเจ้าหน้าที่เก็บ Requirement โดยที่เจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆเพียงอธิบายความต้องการของตนเองคร่าวๆ ไม่ต้องครบถ้วนเชิงเทคนิกโปรแกรมเมอร์ทั้งหมดก็สามารถต่อยอดพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้น โดยมีผลลัพธ์ตรงกับกระบวนการในการทำงานของบริษัทได้
  • เจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆไม่จำเป็นต้องทำงาน double-job คีย์ข้อมูลซ้ำๆกันสองถึงสามที่
  • มีเอกสารหลักฐาน หรือบุคคลกลางที่ทราบกระบวนการโดยรวม สามารถแก้ไข code ได้ในกรณีที่มีบั๊คเกิดขึ้น หรือเมื่อ requirement มีการเปลี่ยนแปลงได้
  • มีการกำหนดงบประมาณในการพัฒนาซอฟต์แวร์แต่ละโปรเจ็คที่ชัดเจน ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย
  • ให้มีผู้เชี่ยวชาญนำเสนอ solution แบบ all-in-one เป็นการเพิ่มมูลค่า เป็นส่วนหนึ่งในงานบริการของบริษัท มีทีมพัฒนาโปรแกรมที่มีความเชี่ยวชาญ มีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูแล ออกแบบวางแผนงาน เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาซอฟต์แวร์พิเศษให้เฉพาะ

เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตามแผนกต่างๆให้อธิบายความต้องการของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และ ลดความเสี่ยงในการพัฒนาโปรแกรมที่ไม่ตรงกับการใช้งานจริงบริษัทฯ DurianSoftware โดยบริษัท อดิวิศว์ จำกัดขอแนะนำกระบวนการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่ละขั้นตอนการทำงาน ดังนี้:

การเก็บ Requirement

การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตามแผนกต่างๆเป็นการเริ่มต้นการค้นหาปัญหาจากต้นตอที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามการที่จะให้เจ้าหน้าที่ตามแผนกต่างๆอธิบายความต้องการ หรือปัญหาในการทำงานของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากประสพการณ์ในการทำงานของพนักงานแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมองว่าเรื่องแค่นี้คงไม่ต้องพูดให้เสียเวลา ในขณะที่บางคนก็อธิบายได้อย่างละเอียด นอกจากนั้น user บางท่านก็อาจจงใจให้ข้อมูลไม่ครบ จากความกังวลต่างๆนาๆ เช่น กลัวบริษัทฯเอาโปรแกรมมาใช้แล้วจะถูกไล่ออก มีข้อมูลที่หมกเม็ดใว้ไม่อยากให้ใช้ระบบกลัวจะถูกจับได้ อยากทำงานแบบเดิมๆไม่อยากเปลี่ยนแปลง และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพจริงๆจึงจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ System Analyst (SA) ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสพการณ์การทำงานในธุรกิจที่หลายหลาย สัมผัสงานหลากหลายแผนก เป็นผู้คิด วิเคราะห์ รวบรวมปัญหา ตั้งโจทย์ ให้ละเอียดครบถ้วน และจินตนาการถึงจุดที่ user ไม่ได้กล่าวถึงใว้ได้ ไม่ใช่ Programmer เพื่อให้สามารถมองเห็นระบบในภาพกว้าง ส่งผลให้ ซอฟต์แวร์ที่ถูกผลิตขึ้นตรงกับกระบวนการในการทำงานของบริษัทและแก้ปัญหาได้จริงๆ

การวางแผนการทำงานทั้งระบบในเชิงนโยบาย

เช่นเดียวกับการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตามแผนกต่างๆ การเก็บ Requirement เชิงนโยบายจากผู้บริหารเองก็เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นเล็กๆที่ผลิตขึ้นใช้ภายในแผนกเพียง 1-2 ท่าน (เก็บ requirement จากหัวหน้าแผนก) หรือ ซอฟต์แวร์ ERP ที่ใช้ทั้งองค์กร (เก็บ requitement กับผู้บริหาระดับสูง) การกำหนดกฏเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆตั้งแต่การประชุมในครั้งแรกๆ ทำให้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์มีทิศทางในการเดิน และพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เป็นไปตามทิศทางเดียวกับจุดหมายที่บริษัทต้องการจะไปให้ถึง ไม่ตามใจ user เลย 100%

การออกแบบหน้าจอตัวอย่าง

คงปฏิเสธไม่ได้ ว่า User Interface ที่สวยงาม และใช้งานง่ายเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดให้ user หรือพนักงานตามแผนกต่างๆมีความสนใจและต้องการใช้ซอฟต์แวร์ที่บริษัทลงทุนพัฒนาให้ ดังนั้น Graphic Designer จึงเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์นอกเหนือจาก​ System Analyst และ Programmer
การออกแบบหน้าจอตัวอย่าง นอกจากจะทำให้พนักงานตามแผนกต่างๆมีความรู้สึก ตื่นตัว ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วนั้น ยังเป็นการเพิ่มความมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตามแผนกต่างๆกับบริษัทในกระบวนการออกแบบโปรแกรมตั้งแต่เริ่มต้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆอย่างสีของ background หรือ ขนาด font ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เช่น จำนวน input ที่อยู่บนหน้าจอ, ประเภทของ field ที่มีให้เลือก หรือ ข้อมูลที่สามารถโหลดมาได้จากอีกระบบ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมโดยการลดการทำ double-job คีย์ข้อมูลซ้ำๆกันสองถึงสามที่
การนำตัวอย่างหน้าจอที่ทีม System Analyst และ Graphic Designer ออกแบบมาไปสอบถามกับ user ว่าถูกต้องหรือไม่ ก่อนการเริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์จริงๆนั้นเป็นตัวช่วยหนึ่งในการควบคุมงบประมาณการพัฒนาซอฟต์แวร์ ไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายและทำให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นตรงกับกระบวนการการทำงาน มีเอกสารหลักฐาน มีบุคคลกลางที่ทราบกระบวนการโดยรวม เมื่อซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาขึ้นแล้ว สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระยะยาว ไม่ต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่เรื่อยๆอยู่ตลอดเวลา

วางโครงสร้างระบบและ ความปลอดภัย

เมื่อพูดถึงการทำงานภายในแผนก การวางแผนเรื่องความปลอดภัย การยอมปล่อยข้อมูลบาง field ให้ไม่ต้อง encrypt หรือเข้ารหัส เพื่อผลประโยชน์ในการทำ search & indexing ก็สำคัญไม่แพ้กัน การวางผังของ database ให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานของ Programmer เป็นการย่นระยะเวลาการพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วยลดการพึ่งพา Programmer เพียงคนใดคนหนึ่ง ทำให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น สามารถสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน เพิ่มหรือลดขนาดทีมงานได้ตามที่ต้องการ
เช่นเดียวกับซอฟต์แวร์ การให้ System Engineer ผู้มีประสพการณ์ในการทำงาน เป็นผู้วางโครงสร้างระบบและออกแบบ hardware infrastructure ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้ Cloud Hosting หรือการวางเครื่องใว้ภายในบริษัทแบบ On Premis ล้วนมีผลกระทบต่อระบบโดยรวม การมีทรัพยากรณ์เพียงพอเหมาะสมตามปริมาณผู้ใช้งาน ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ช่วยทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายอยู่ในโซนที่เหมาะสมเช่นกัน
การพัฒนาซอฟต์แวร์
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นความเชี่ยวชาญของ Programmer อย่างไรก็ตาม การเหมารวมว่า Programmer ทุกคนจะต้องทำงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง Programmer แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน บางคนถนัดเรื่องของ user interface ในส่วนของหน้าจอ บอกคนถนัดเรื่องของ database ฐานข้อมูล บางคนถนัดเรื่องของ logic การคำนวนตัวเลข บางคนถนัดเรื่องช่องทางออนไลน์ การเลือกใช้ programmer ให้ถูกต้องประเภทของงาน การควบคุมคุณภาพ code ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นทำงานได้ถูกต้อง การมี Software Tester ช่วยตรวจสอบโปรแกรมเบื้องต้น เป็นการช่วยเก็บงานให้กับ Programmer ลดโอกาศที่ซอฟต์แวร์จะเกิด error ขึ้นในสภาวะแวดล้อม production ที่ใช้งานจริง และทำให้ Programmer คนใหม่สามารถเข้าไปแก้ไข bug ที่มีปัญหาของคนเก่าได้อย่างง่ายดาย รองรับการแก้ไขปรับเปลี่ยน workflow การทำงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทดสอบระบบกับ user และ ไซต์งาน

เราทุกคนต่างทราบกันดีว่าการวางแผนงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงานทั้งหมด การพัฒนาซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน ไม่ว่าทีม System Analyst, Graphic Designer, System Engineer จะออกแบบโปรแกรมมาดีแค่ไหน สุดท้ายแล้วการทดสอบระบบกับ user ว่าถูกต้องหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์จริงๆ การทดสอบระบบกับ user โดยใช้ข้อมูลจริง ในสถานที่ทำงานจริง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่ตรงกับความต้องการ ทำให้ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้งานได้ในระยะยาว ไม่ต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่เรื่อยๆอยู่ตลอดเวลา จนเกิดทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย

4 เหตุผล ที่ต้องเลิกใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป

Reading Time: 1 minute

ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ ต่างทราบดีถึงความจำเป็นในการทำบัญชีของบริษัท ทั้งช่วยควบคุมทิศทางการดำเนินกิจการให้เป็นไปตามที่วางแผน หรือเป็นเอกสารสำคัญต่อการกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนขยายกิจการ
แต่การทำบัญชี ก็นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย ผู้ประกอบการหลายรายจึงใช้โปรแกรมบัญชีแบบสำเร็จรูปเป็นทางออกในการช่วยทำบัญชี แต่ด้วยข้อจำกัดของโปรแกรมสำเร็จรูป ทำให้เมื่อใช้งานไปสักระยะ ผู้ประกอบการอาจพบเจอกับปัญหาเหล่านี้
– ไม่ตรงตามความต้องการ แม้จะเป็นธุรกิจเดียวกัน แต่การจัดการด้านบัญชีของแต่ละบริษัทย่อมมีความต่าง โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปทั่วไปจึงไม่อาจรองรับกับทุกความต้องการของทุกบริษัท การสร้างโปรแกรมบัญชีที่มีฟังค์ชั่นตอบสนองต่อบริษัทของคุณโดยเฉพาะ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทนการใช้บัญชีสำเร็จรูป
– ใช้งานยาก ด้วยการออกแบบของโปรแกรมสำเร็จรูปที่ต้องทำมาเพื่อให้รองรับกับผู้ใช้งานส่วนมาก โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปจึงอาจไม่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานในบางบริษัท โดยเฉพาะพนักงานที่อาจมองว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ ทำให้สูญเสียทั้งยอดขายและงบประมาณค่าใช้จ่ายของโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้
– การบริการหลังการขายที่ล่าช้า ด้วยโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่ต้องรองรับผู้ใช้งานเป็นร้อยหรือพันบริษัท เมื่อผู้ใช้งานเกิดปัญหาจึงอาจไม่ได้รับบริการหลังการขายจากฝ่ายลูกค้าอย่างทันท่วงที ก่อให้เกิดการสูญเสียโอกาสจากการทิ้งช่วงแก้ไขปัญหาได้
– ไร้ที่ปรึกษาเฉพาะสำหรับบริษัทของคุณ เพราะโปรแกรมบัญชีที่ตอบโจทย์แต่ละบริษัทย่อมมีความแตกต่างกันออกไป โปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับบริษัทของคุณจึงต้องออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่มีพร้อมทั้งประสบการณ์และเข้าใจถึงความต้องการบริษัทคุณโดยเฉพาะ
หากบริษัทของคุณต้องการหรือสนใจเปลี่ยนจากโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปแบบเดิมๆ เป็นโปรแกรมบัญชีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจวางแผนการดำเนินงานได้ง่ายขึ้น สร้างยอดขายให้เติบโตล่ะก็ โปรแกรม ERP แบบ Customise จาก adiwit พร้อมสร้างสิ่งคุณต้องการให้เป็นจริง
หากมีคำถามใดสงสัยหรือต้องการสอบถาม ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาได้ทันที

เลือก Durian Software โปรแกรม ERP ที่เข้าใจธุรกิจของคุณ

Reading Time: 1 minute

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโต มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ชัดเจน ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของบริษัทให้มากที่สุด เพื่อลดรายจ่าย ป้องกันหรือแก้ไขปัญหาภายใน และวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด – โปรแกรมวางแผนทรัพยากรธุรกิจขององค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ – ช่วยคุณได้

ให้ Durian Software เป็นผู้ช่วยของคุณนะครับ

ที่ Durian Software เราเข้าใจการสร้างและ customize โปรแกรม ERP ที่เหมาะสมกับทุกรูปแบบธุรกิจ ด้วยประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมากว่า 5 ปี ร่วมงานกับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ระดับประเทศมากมาย และร่วมพัฒนาโปรแกรมหลากหลาย เราจึงมากกว่าแค่เข้าใจระบบ ERP แต่เราเข้าใจระบบการดำเนินการของธุรกิจอย่างแท้จริง

ระบบ ERP ที่ดีจะต้อง:

  • ใช้งานง่าย ทุกคนใช้ได้ เรียนรู้ได้ไม่ยาก แก้ไขปัญหาพนักงานไม่ใช้โปรแกรม
  • ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ERP ที่สามารถให้คำปรึกษาคุณได้จริง ตอบทุกคำถาม แก้ไขทุกปัญหา
  • เข้ากับรูปแบบการดำเนินการและความเป็นไปได้ของปัญหา (possible problems) ของธุรกิจคุณมากที่สุด
  • integrate และ automate ข้อมูลและการทำงานของทุกส่วนในองค์กรได้อย่างราบรื่น
  • ลดเวลาการทำงาน ทุ่นแรงงาน ลดข้อผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ
  • ช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจ เพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย
  • เป็นการลงทุนที่ยั่งยืน สร้างฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจคุณ
  • ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไป ที่อาจจะไม่ได้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
  • ความคุ้มค่าที่มากกว่าโปรแกรมสำเร็จรูปตามท้องตลาด เพื่อนักธุรกิจที่มองการณ์ไกลอย่างคุณโดยเฉพาะ

    Durian Software – ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรม ERP พร้อมที่ปรึกษาส่วนตัวบริการทุกข้อสงสัย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของโปรแกรม และการดำเนินงานขององค์กร เพื่อคุณ

    โปรแกรม ERP แบบ Customised การลงทุนที่คุ้มค่า ให้การบริหารงานภายในองค์กรกลายเป็นเรื่องง่าย

    Reading Time: 1 minute

    นักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการต่างคาดหวังผลตอบแทนที่คุ้มค่าในทุกการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำธุรกิจ การลงทุนซื้อสินค้ามาเพื่อขายสินค้าและบริการ การลงทุนจ้างพนักงาน การลงทุนซื้อเครื่องไม้เครื่องมือในสำนักงานและการลงทุนซื้อเครื่องจักร ซึ่งการลงทุนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนธุรกิจและช่วยสร้างผลกำไรให้กับกิจการได้ แต่ในมุมมองของท่านเจ้าของธุรกิจนั้นอาจยังเห็นภาพได้ไม่ชัดว่าโปรแกรม ERP แบบ Customised จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างไร? และจะช่วยสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจของท่านอย่างไรบ้าง?


    โปรแกรม ERP แบบ Customised ช่วยลดต้นทุนด้านบุคลากร พนักงานที่ทำงานหนักจนต้องกลับบ้านดึกดื่นนั้นบางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากปริมาณงานที่มากเกินไป แต่ระบบงานเดิมที่วางไว้อาจมีขั้นตอนหลายและซ้ำซ้อนทำให้ต้องใช้เวลาในการทำงานหนึ่งนานกว่าที่ควรเป็น ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเสร็จเร็วขึ้นได้ก็คงดีไม่น้อย แต่การนำแนวคิดมาปฏิบัติจริงนั้นค่อนข้างยากเพราะแต่ละแผนกก็มีส่วนเชื่อมต่อกันและต้องใช้ข้อมูลร่วมกันไม่สามารถปรับแค่จุดใดจุดหนึ่งได้ เจ้าของกิจการหลายคนจึงเลือกที่จะจ้างคนเพิ่มเพื่อมาช่วยงานที่เสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลา ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในแต่ละปีเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนบาท จะดีกว่าไหม? หากคุณสามารถวางระบบการทำงานใหม่ได้ในครั้งเดียว พร้อมได้ระบบการทำงานที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ แม่นยำและรวดเร็วกว่าเดิม เพียงคุณเลือกโปรแกรม ERP แบบ Customised ระบบนี้จะทำให้คุณมีพนักงานที่ทำงานได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่เถียง ไม่บ่นเพิ่มอีก 10 คน คุ้มค่าและลงทุนน้อยกว่าการจ้างพนักงานใหม่ที่คุณต้องลุ้นว่าจะทำงานให้คุณได้หรือไม่แน่นอน


    โปรแกรม ERP แบบ Customised ช่วยประหยัดเวลา ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยครอบคลุมการทำงานของทุกแผนกในองค์กร พนักงานทุกคนสามารถเข้าใช้งานระบบและทำงานของตนเองผ่านระบบพร้อมสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านระบบได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องขอไฟล์จากแผนกอื่น ไม่ต้องโทรถามข้อมูลให้เสียเวลา ทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการสื่อสารระหว่างแผนกได้ด้วยเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ซึ่งอาจทำให้งานเสียหายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตัวเลข ในแง่ของผู้บริหารเมื่อคุณเลือกใช้ ERP Customised คุณสามารถตรวจสอบรายการซื้อขายในแต่ละวันได้ทันที ไม่ต้องขอให้พนักงานรวบรวมข้อมูลจากไฟล์เอ็กเซลล์เป็นร้อยมาให้ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วคลิกเพื่อขอดูรายงานคุณก็จะรู้ว่าสินค้าใดที่ต้องทำการตลาดเพื่อเร่งยอดขายและสินค้าใดที่ต้องผลิตเพิ่มหรือสั่งซื้อเพิ่มเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการทำกำไร


    ถูกต้องแม่นยำและข้อผิดพลาดน้อย คุณอาจเริ่มสังเกตุแล้วว่าแนวทางการพัฒนาธุรกิจของหลาย ๆ องค์กรเริ่มเปลี่ยนไปโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อความรวดเร็ว ต้นทุนต่ำและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นจนเสถียรแล้วนั้นจะรับส่งข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ ตรงเป๊ะ ไม่ผิดพลาด ไม่เหน็ดเหนื่อยสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบระหว่างระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นและคนทำงานทั่วไปที่อาจถูกทำให้เสียสมาธิและรับส่งข้อมูลผิดพลาดได้ องค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดว่าใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยคงเป็นธนาคาร คุณคงได้สังเกตุว่ามีการใช้งานผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว มีตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติมากขึ้นไม่ต้องต่อคิว เป็นการลงทุนเพื่อปรับตัวให้อยู่รอดในยุคดิจิตอลนี้และเพื่อเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจนี้ต่อไปโปรแกรม ERP แบบ Customised คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณได้เปรียบบริษัทคู่แข่งและก้าวไปได้ไกลกว่าใครในยุคดิจิตอลนี้
    สำหรับค่าบริการพัฒนาระบบ ERP แบบ Customised ซึ่งเริ่มต้นที่ 3xx,xxx บาทนั้นไม่แพงอย่างที่คิด หากคุณคิดคำนวณถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ในระยะยาวแล้วการลงทุนกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีย่อมส่งผลดีกว่ากับกิจการของคุณอย่างแน่นอน

    เริ่มต้นกับ ERP แบบ Customised ไม่ยากอย่างที่คิด

    Reading Time: 1 minute

    องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีกำไรหลายพันล้านต่อปีนั้น จุดเริ่มต้นของความสำเร็จคงไม่ได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของธุรกิจส่วนใหญ่เองก็มักเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เช่นกัน อาจมีเพียงสำนักงานขนาดเล็กกับพนักงานเพียงหยิบมือเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตและสามารถขยับขยายจนกลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำนั้นก็คือผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์นั่นเอง เพราะการบริหารงานนั้นนอกจากควบคุมดูแลให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีปัญหาน้อยที่สุดแล้วยังต้องการ “การพัฒนา” อย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มียอดขายมากขึ้นซึ่งนำไปสู่กำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย

    เครื่องไม้เครื่องมือและโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ถูกนำมาใช้ในการทำงานเพื่อทุ่นแรง ช่วยให้งานออกมามีประสิทธิภาพ สวยงาม ดูเป็นมืออาชีพและใช้เวลาน้อยลง ยกตัวอย่างโปรแกรมที่เรารู้จักกันดีอย่าง Microsoft word, Excel, Power point รวมถึงในปัจจุบันก็มีการนำแอพพลิเคชั่นสนทนาอย่าง Line มาใช้ประโยชน์ในการทำงานด้วย แต่หากพูดถึง ERP หลายท่านอาจยังไม่คุ้นเคยกับคำนี้เท่าไหร่ ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning เป็นโปรแกรมที่ครอบคลุมการทำงานทั้งระบบทุกแผนกภายในองค์กรรวมอยู่ที่จุดเดียว ความจริงแล้วโปรแกรมลักษณะนี้โดยนักพัฒนาจากหลายบริษัทถูกนำมาใช้งานเพื่อควบคุมการทำงานภายในองค์กรทั้งใหญ่เล็กมานานแล้ว อย่างเช่น ระบบการทำงานของธนาคารต่าง ๆ ระบบควบคุมคลังสินค้าของบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ โดย ERP นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้การทำงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ไร้รอยต่อ สามารถดูผลการทำงาน สรุปรายงานการทำงานและค่าเฉลี่ยต่าง ๆ เพื่อวางแผนงานต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรวบรวมข้อมูลจากกระดาษทีละแผ่นหรือเปิดไฟล์เอ็กซ์เซลที่มีอยู่หลายร้อยไฟล์ขึ้นดูมาทีละไฟล์ให้เสียเวลา
    ความแตกต่างระหว่าง ERP และ ERP Customised
    โปรแกรม ERP ทั่วไปนั้นถูกออกแบบมาให้มีเมนูและฟังก์ชั่นแบบพื้นฐานทั่วไป จึงอาจไม่สามารถตอบสนองการทำงานซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนได้ แต่สำหรับ ERP Customised แล้วเจ้าของกิจการสามารถแจ้งกับนักพัฒนาซึ่งเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบการทำงานของโปรแกรม ERP ให้ช่วยปรับแต่งแบบฟอร์มต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอนการทำงานให้สอดคล้องกับระบบการทำงานของบริษัทของคุณได้ สามารถตั้งค่าให้เก็บข้อมูลเพื่อส่งให้แผนกอื่น เช่น แผนกบัญชี การเงินได้ทันทีที่คลิกใส่ข้อมูลสำเร็จ หรือจะตั้งค่าให้แบบฟอร์มนี้ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนจึงจะสามารถส่งต่อให้แผนกอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน สามารถเพิ่มช่องใส่ข้อมูลหรือเมนูที่ต้องการใช้งานและลบช่องใส่ข้อมูลหรือเมนูที่ไม่ต้อการใช้งาน พร้อมทั้งปรับแต่งหน้าตาและสีสันของตัวอักษรภายใน ERP Customised ตามที่เจ้าของกิจการต้องการได้ด้วย
    สิ่งที่คุณจะได้รับหากเลือก ERP Customised มาใช้งาน
    ลงทุนกับโปรแกรมครั้งเดียว ลงทุนกับคนน้อยลง เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้ โปรแกรมนี้ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานลง ช่วยให้งานเร็วขึ้นและลดภาระการทำงานของพนักงานลงด้วย เมื่อพนักงานสามารถใช้โปรแกรมได้อย่างชำนาญแล้ว แม้ปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อมาทำงานนี้เพราะระบบ ERP Customised นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทุ่นแรง ทุ่นเวลาและทุ่นกำลังคนอย่างแท้จริง

    ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน เปลี่ยนการทำงานแบบแมน่วลเดิม ๆ ให้กลายเป็นออโตเมติค เช่น เปลี่ยนการออกบิลขายด้วยโปรแกรมเอ็กเซลเป็นการคีย์ข้อมูลขายเข้าระบบ โดยยอดขายจะถูกนำไปรวมกับสรุปประจำวันทันที ไม่ต้องคีย์ใส่เอ็กเซลซ้ำซ้อนเสียเวลา ไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดเลขเอกสารซ้ำกัน ตรวจสอบข้อมูลที่มาที่ไปง่ายขึ้น ยิ่งถ้าเป็นองค์กรที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับงานคลังที่มีการเปิดบิลซ้ำซ้อนกันจนสินค้าขาดบ้างเกินบ้าง ERP Customised จะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปทันที
    ช่วยให้ระบบการทำงานภายในเป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น การทำงานผ่านระบบ ERP Customised นี้กำหนดให้ผู้ใช้งานแต่ละคน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แตกต่างกันและมีบันทึกข้อมูลว่าผู้ใช้งานแต่ละคนเป็นผู้รับผิดชอบงานใดบ้าง ใครเป็นผู้เปิดบิลขาย ใครเป็นเป็นผู้เปิดบิลซื้อ หน้าที่ของพนักงานจะถูกกำหนดให้ชัดเจนขึ้น แต่ละแผนกจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยระบบ หมดปัญหาเรื่องการสื่อสารผิดพลาดหรือส่งข้อมูลตกหล่นเพราะสามารถดูข้อมูลที่แต่ละคนใส่เข้าไปได้ผ่านระบบด้วยตนเอง

    เห็นภาพรวมของกิจการแบบเรียลไทม์ คุณเคยไหม? กับการขอรายงานสรุปยอดขายแล้วต้องรอเป็นวัน เป็นสัปดาห์ แล้วเมื่อได้ยอดขายมาก็ยังเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบันอยู่ดี ทำให้การวางแผนงานบริหารของคุณเป็นไปได้อย่างเชื่องช้าและยากลำบาก ERP Customised จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมยอดซื้อขายที่ทำผ่านระบบได้ในทันที รวมถึงสามารถสร้างรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนด สร้างรายงานแสดงสถานะของเจ้าหนี้ ลูกหนี้ รวมถึงค่าเฉลี่ยของผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและแนวโน้มของผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งช่วยให้คุณรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและลงมือแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ช่วยให้งานบริหารกลายเป็นงานง่าย ๆ สำหรับคุณ
    สำหรับผู้ที่ยังลังเลว่าจะใช้ ERP Customised ดีหรือไม่นั้น อยากให้คุณลองโฟกัสไปที่เป้าหมายของกิจการเป็นหลัก หากคุณต้องการวางระบบการทำงานภายในองค์กรให้เป็นระเบียบชัดเจนขึ้น หากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อขยับขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น หากคุณต้องการผลกำไรที่มากขึ้น ใช่แล้ว คุณต้องการ ERP Customised

    โปรแกรม ERP Customised ซึ่งผ่านการปรับแต่งแล้วดีกว่าโปรแกรมสำเร็จทั่วไปอย่างไร

    Reading Time: 1 minute

    การพึ่งพาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สายและการใช้แอพพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลงได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนทีละน้อย หากลองสังเกตุดูรอบตัวให้ดีจะเห็นได้ว่าธุรกิจที่อยู่รอดและประสบความสำเร็จนั้นคือธุรกิจที่ค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
    มีการนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือออนไลน์อย่างโซเชียลมีเดียวที่เปลี่ยนโลกของการทำการตลาดและการขายไปอย่างสิ้นเชิง แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการสื่อสาร แอพพลิเคชั่นสร้างและเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไว้บน Cloud system ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานลงได้มากมายและสามารถย่นระยะเวลาการส่งงานระหว่างแผนกลงได้ ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น ยอดขายก็ถล่มทลาย ซึ่ง “โปรแกรม ERP” คือโปรแกรมที่ผสานรวมทุกขั้นตอนการทำงานเข้าด้วยกัน ไม่ต้องเปิดโปรแกรมไว้หลายหน้าต่าง ไม่ต้องสลับโปรแกรมไปมา ใช้กระดาษน้อยลงเพราะไม่ต้องปรินท์เอกสารที่ไม่จำเป็น ช่วยประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลาและเชื่อมต่อข้อมูลของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกันเพียงคลิกเดียวก็สามารถส่งข้อมูลให้อีกฝ่ายได้อย่างไม่ตกหล่น อย่างไรก็ดีเจ้าของกิจการหลายท่านยังคงลังเลที่จะลงทุนกับเครื่องมือที่ตนเองไม่คุ้นเคยอย่างโปรแกรมสำเร็จรูป ERP เพราะไม่มั่นใจว่าโปรแกรมนี้จะเหมาะสำหรับกิจการของตนเองหรือไม่ ไม่ต้องกังวลไปเพราะโปรแกรม ERP นั้นสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการทำงานของกิจการได้ด้ว

    โปรแกรม ERP ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาบนแผนการทำงานแบบสากลที่รองรับการทำงานได้หลากหลายแต่ไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้หลายองค์กรเมื่อได้ทดลองใช้ ERP แล้วรู้สึกว่า “ยังไม่ใช่” ดังนั้นจึงต้องทำการปรับแต่งหรือ Customised เพื่อปรับแต่งโปรแกรมให้เหมาะสมกับขั้นตอนการทำงานของกิจการและช่วยติดปีกให้กับทีมงานของกิจการได้อย่างแท้จริง
    • ERP แบบ Customised ให้คุณเป็นผู้กำหนดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มหรือลดขั้นตอนการทำงานบนโปรแกรมได้ โปรแกรม ERP แบบสำเร็จรูปถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน ซึ่งบางครั้งก็มากเกินไปจนผู้ใช้สับสน หรือขาดบางขั้นตอนที่เป็นงานส่วนหนึ่งของกิจการไป หรือขาดช่องใส่ข้อมูลที่สำคัญไป แต่สามารถปรับแต่งได้โดยเลือก ERP แบบ customised มาใช้งานนั่นเอง
    • ปรับแต่งการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน ฟังก์ชั่นการทำงานของโปรแกรม ERP ครอบคลุมการทำงานของทั้งองค์กร ในทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็น แผนกขาย แผนกจัดซื้อ แผนกบัญชี แผนกบุคคลและอื่น ๆ แน่นอนว่าข้อมูลบางอย่างนั้นถูกใช้งานแค่เฉพาะในบางแผนกเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้คุณสามารถแก้ไขแยกย่อยให้สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ใช้งานบางคนได้ถ้าเลือก ERP แบบ customised

    • ออกแบบแบบฟอร์มให้มีเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ตามต้องการ แบบฟอร์มของใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จรับเงินที่ถูกออกแบบมาตามค่าพื้นฐานนั้นคุณสามารถแก้ไข ปรับแต่ง เพิ่มเติมช่องหรือหมายเหตุได้ตามการใช้งานของกิจการบนโปรแกรม ERP แบบ customised
    • ใส่รูปแบบของสูตรและการประมวลผล อย่างที่เรารู้กันดีว่าธุรกิจมีร้อยแปดพันเก้ารูปแบบการให้บริการ จริงอยู่ที่โปรแกรมสำเร็จรูป ERP อาจไม่มีสูตรที่คุณใช้ในการคำนวณหรือประมวลผลลัพธ์ที่คุณต้องการ แต่คุณสามารถใส่สูตร รูปแบบการคำนวณและรูปแบบรายงานที่คุณต้องการได้ด้วยการ Customised เช่น สูตรคำนวณหน่วยนับของสินค้าที่เฉพาะเจาะจง สูตรหาค่าเฉลี่ยเพื่อคำนวณสถิติและความน่าจะเป็นในอนาคต เป็นต้น

    โปรแกรมสำเร็จรูป ERP นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้การทำงานภายในองค์กรเป็นไปอย่างมีระบบ ระเบียบ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ทั้งยังถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานบ่อยครั้งด้วย ดังนั้นการเริ่มต้นกับ ERP นั้นคือการเริ่มต้นสู่สิ่งที่ดีกว่าอย่างแน่นอน อย่าลังเลที่จะใช้งานเครื่องมืออันทรงพลังนี้ มิฉะนั้นคุณอาจกลายเป็นผู้ที่รั้งท้ายในกลุ่มก็เป็นได้

    การปรับปรุง ERP Customised หลังจากเริ่มใช้งานไปแล้วนั้น สามารถทำได้หรือไม่?

    Reading Time: 1 minute

    การทำธุรกิจนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นการวางแผนการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานภายในองค์กรจึงต้องมองการณ์ไกลและมีแผนการที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้นักธุรกิจหรือท่านเจ้าของกิจการที่กำลังสนใจโปรแกรม ERP Customised อยู่นั้น เกิดอาการลังเลว่าหากได้ตัดสินใจทำไปแล้ว เมื่อมีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานในภาย ERP Customised ถูกพัฒนาขึ้นบน Framwork PHP Levarel ซึ่งมี Programmer ที่สามารถสร้างโปรแกรมบน Framework นี้ได้มากกว่า 60% ของจำนวนโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกหลังจะสามารถทำได้หรือไม่หรือต้องทำงานนอกระบบคู่ไปการระบบดั้งเดิม? แล้วถ้าหากต้องการเปลี่ยนระบบสามารถทำได้หรือไม่? จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเมอร์คนเดิมในการเขียนแก้ไขระบบ ERP Customised หรือไม่? คำถามเปล่านี้มีคำตอบที่ช่วยให้ท่านมั่นใจได้ว่าองค์กรของท่านจะสามารถใช้ ERP Customised ได้แบบยาว ๆ เลยทีเดียว

    Q: หากมีการปรับเปลี่ยนระบบจากเดิมเล็กน้อยสามารถทำได้หรือไม่? หากเป็นการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยควรปรับระบบไหมหรือควรทำนอกระบบควบคู่ไป?
    A: สามารถทำได้แน่นอน ท่านสามารถติดต่อกับนักพัฒนาระบบที่ทำการออกแบบ ERP Customised ให้กับท่าน แล้วปรึกษาเพื่อขอแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่ง ERP Customised นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมขั้นตอนการทำงานทั้งหมดให้ดำเนินไปบนระบบหนึ่งเดียวเพื่อป้องกันการตกหล่นหรือผิดพลาดของข้อมูล จึงแนะนำให้ทำการปรับระบบที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ โดยหากท่านต้องการเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงาน แบบฟอร์มใหม่หรือต้องการเก็บข้อมูลส่วนใดเพิ่มเติมสามารถติดต่อนักพัฒนาเพื่อให้เพิ่มส่วนการทำงานและแบบฟอร์มดังกล่าวได้โดยอาจมีค่าใช้จ่ายแล้วแต่ระดับความยากง่ายของฟังก์ชั่นที่ท่านต้องการเพิ่ม โดยเริ่มต้นที่ 1x,xxx บาทเท่านั้น

    Q: หากต้องการเปลี่ยนระบบสามารถทำได้หรือไม่?
    A: สามารถทำได้แน่นอน หากระบบที่ต้องการเปลี่ยนนั้นไม่กระทบกับระบบเดิมหรือมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยแน่นอนว่าสามารถปรึกษานักพัฒนาให้สามารถปรับแต่งระบบให้กับท่านได้โดยมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก แต่หากเป็นการปรับเปลี่ยนระบบที่แตกต่างจากระบบเดิมโดยสิ้นเชิงอาจเป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาอีกระบบซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับการพัฒนา ERP Customised นั่นเอง

    Q: จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเมอร์คนเดิมในการเขียนแก้ไขระบบ ERP Customised หรือไม่?
    A: ERP Customised ถูกพัฒนาขึ้นบน Framwork PHP Levarel ซึ่งมี Programmer ที่สามารถสร้างโปรแกรมบน Framework นี้ถึง 19% ของจำนวนโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกซึ่งมีมากเป็นอันดับ 1 ของโลก อีกทั้งยังมี Programmer PHP ชาวไทยหลายคนที่ใช้ Framework นี้ในการสร้างเว็บ สร้างเว็บแอพพลิเคชั่นและโปรแกรมการใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นหมดกังวลว่าจะหาคนแก้ไข ปรับปรุงระบบ ERP Customised ได้เลย อย่างไรก็ตามเราไม่แนะนำให้เปลี่ยนผู้พัฒนาระบบหากไม่จำเป็นเพราะ ผู้พัฒนาดั้งเดิมนั้นจะรู้ประวัติการเปลี่ยนแปลงดั้งเดิมและที่มาที่ไปของฟังก์ชั่นต่าง ๆ เป็นอย่างดีและสามารถแก้ไขระบบให้ท่านได้รวดเร็วกว่าการใช้นักพัฒนาคนใหม่ที่อาจต้องใช้เวลานานในการศึกษาระบบเดิมก่อนทำการแก้ไขระบบต่อไป

    มาเปลี่ยนองค์กรให้เข้มแข็งกว่าเดิมด้วยระบบ ERP หรือโปรแกรมทางบัญชีกันเถอะ !!

    Reading Time: 1 minute

    “การบริการจัดการ และวางแผนการใช้ทรัพยากร” ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้อย่างง่ายดาย ต่อให้มีประสบการณ์ แต่หากขาดเครื่องมือที่เหมาะสม การบริหารและอยากให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นไปได้ยากนัก วันนี้เราจึงต้องมาเรียนรู้ซอฟต์แวร์ ERP หรือโปรแกรมทางบัญชีต่างๆที่มีในท้องตลาด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และตัวองค์กรให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปกว่าเดิม
    ซอฟต์แวร์ ERP หรือโปรแกรมบัญชี คือโปรแกรม ที่ช่วย “บริหารและจัดการทรัพยากรณ์ขององค์กร ได้อย่างเหมาะสม” เพื่อ “ลดเวลา และตัดขั้นตอนในการทำงานที่ไม่มีประโยชน์” ปัจจุบันซอฟต์แวร์เหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบ “สำเร็จรูป” และแบบที่ “สามารถปรับแต่งได้” โดยทั้งสองแบบแม้จะมีเป้าหมายและความสามารถที่เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    แบบสำเร็จรูป
    ข้อดีของแบบสำเร็จรูป คือคุณสามารถหา หรือนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แม้มันจะมีราคาที่ถูก ระบบและฟีเจอร์ต่างๆ มีการจัดเตรียมมากลางๆสำหรับทุกองค์กร ตามมาตรฐานตามอุตสาหกรรมที่ แต่ถ้าพูดถึงข้อเสีย บางครั้งองค์กร หรือธุรกิจของเราก็อาจจะไม่เหมาะสมกับฟีเจอร์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือ ที่มีมาให้อย่างล้นหลานในซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เมื่อใช้งานไปในระยะยาวแล้ว การบริหารจัดการในเครื่องมือเหล่านี้จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น และเราจะรู้สึกว่ามันกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้ หรือความสามารถเฉพาะทางเท่านั้นถึงจะจัดการ หรือบริหารได้
    แบบสามารถปรับแต่งได้
    ข้อดีของแบบสามารถปรับแต่งได้ทั้งหมด คือการหยิบฟีเจอร์เฉพาะบางส่วนของแบบสำเร็จรูปที่ต้องการใช้จริงๆ แล้วมาบรรจุใส่ไว้ ในแบบปรับแต่งเองเป็นหาร สร้างแพลตฟอร์ม หรือซอฟต์แวร์เหล่านี้ขึ้นมาเฉพาะสำหรับตัวองค์กรหรือธุรกิจของเราเองโดยตรง เป็นการพัฒนาขึ้นตามการเติบโตขององค์กร หรือธุรกิจของเรา และสามารถแก้ไขหรือปรับแต่งการใช้งานต่างๆ ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานทั้งใหม่ และเก่าได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้สร้างได้โดยตรง และผู้สร้างเองก็จะสามารถดูแลผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุดนั่นเอง แน่นอนว่าของปรับแต่งได้ เปรียบเป็นของที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ อาจต้องใช้เวลา และต้นทุนที่สูงกว่าของสำเร็จรูปเล็กน้อย แต่ทั้งนี้หากมองไปในระยะยาวแล้ว ย่อมคุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน
    หากใครก็ตามที่ต้องการปรับคุณภาพขององค์กร หรือธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ลองหาเวลาของคุณดูสักนิด และเข้าไปปรึกษาบริษัทเกี่ยวกับการดูแลหรือสร้างซอฟต์แวร์เหล่านี้ เช่นบริษัท adiwit พวกเขาสามารถให้คำปรึกษาที่ดี และช่วยคุณแก้ปัญหาเกี่ยวกับองค์กร และธุรกิจของคุณได้อย่างแน่นอน

    โปรแกรม ERP ทางเลือกที่ดีกว่าโปรแกรมสำเร็จรูป

    Reading Time: 1 minute

    ด้านการบริหารจัดการในธุรกิจต่างๆ แน่นอนว่าระบบบัญชีถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ขณะที่ปัจจุบันระบบการจัดการบัญชีภายในบริษัทก็มีทางเลือกรองรับอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมทำบัญชีสำเร็จรูปที่หลายบริษัทใช้งานอยู่ แต่โปรแกรมดังกล่าวก็มีปัญหาเกิดขึ้นไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างไฟล์ที่เยอะเกินความจำเป็นทำให้คีย์ข้อมูลได้ยาก ต้องทำ Double job เพราะข้อมูลไม่ไหลหากัน อีกทั้งยังพบปัญหาข้อมูลที่ไม่ Realtime และการแก้ปัญหาได้ไม่ทันการ ทำให้ผู้ประกอบการต้องหาทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมกว่า และที่ DurianSoftware ก็ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเรื่องการจัดการบัญชีที่ว่านี้
    โปรแกรมสำเร็จรูป ทางออกที่ดีจริงหรือ?
    ปัจจุบันมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่รองรับการทำบัญชีผลิตออกมามากมายในท้องตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำบัญชีของธุรกิจได้เอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าหากเปรียบเทียบกันในเรื่องของค่าใช้จ่ายแน่นอนว่าการซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปย่อมตอบโจทย์ได้ดีกว่า ช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนได้มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันข้อเสียที่พบก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เพราะหลายโปรแกรมในท้องตลาดก็มีขั้นตอนการใช้งานที่ยุ่งยากจนไม่เป็นที่ยอมรับของพนักงานในองค์กร
    สรุปโดยภาพรวมโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดสำหรับทำบัญชี ยังคงมีปัญหาหลายอย่างที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร ทำให้ทางเลือกที่ดีกว่านี้ยังคงตกอยู่ในความต้องการ และที่ DurianSoftware ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
    DurianSoftware คือใคร?
    DurianSoftware คือผู้เชี่ยวชาญที่สุดในเรื่องของการใช้โปรแกรม ERP ในการวางระบบบริษัท ทั้งยังมีการใช้ซอฟต์แวร์แบบ customised ตามประเภทธุรกิจ ที่พิเศษกว่าโปรแกรมสำเร็จรูปในท้องตลาดที่มีอยู่มากมายในตอนนี้ เพราะโปรแกรมบัญชีก็ทำให้ใช้งานง่ายได้ และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ DurianSoftware เป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การใช้บริการ DurianSoftware ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง
    ซอฟแวต์ที่ DurianSoftware ใช้งาน
    ในด้านซอฟแวต์ที่ DurianSoftware แนะนำซอฟแวต์ประเภท customised ซึ่งเหมาะกับประเภทธุรกิจมากกว่าโปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไป ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงกว่าโปรแกรมสำเร็จรูป แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า และช่วยให้ธุรกิจมีระบบการบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
    โดยโปรแกรมที่ลูกค้าให้เราทำเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับการทำธุรกิจในยุคใหม่ เพราะ customized ให้พิเศษ จึงช่วยให้ประหยัดแรงงานมากขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานให้เหลือน้อยลง และมีความแม่นยำมากขึ้น สอดคล้องกับทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง web-based, online, e-Commerce, Online, IG ฯลฯ
    สุดท้ายแล้วเมื่อผู้ประกอบการเลือกใช้งานโปรแกรมที่เหมาะสมกับธุรกิจ ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือความชัดเจนและรวดเร็วในการบริหารจัดการ และช่วยลดปัญหาเรื่องต้นทุนเกินงบประมาณลงไปโดยอัตโนมัติ ทำให้สัมฤทธิ์ผลในเรื่องของผลกำไรในที่สุด

    5 เหตุผลว่าทำไมคุณควรเลือกใช้ ERP ที่เขียนใหม่เฉพาะกับองค์กรของคุณ

    Reading Time: 1 minute

    ถ้าบริษัทของคุณกำลังมองมาโปรแกรม ERP เพื่อมาช่วยในการทำธุรกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และตอบโจทย์ความต้องที่เฉพาะทาง แต่ก็ยังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้แบบโปรแกรมสำเร็จรูป หรือแบบเขียนใหม่ดี (Custom Software) มาลองดู 5 เหตุผลด้านล่างกันเลยว่า ERP ที่เขียนใหม่เฉพาะกับองค์กรของคุณ ดีกว่ายังไง

    1. ตอบโจทย์ความต้องได้ตรงจุด
    แน่นอนว่าในการทำธุรกิจมักจะมีความต้องการพิเศษเฉพาะของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต ด้านการขายและการตลาด หรือบัญชี ซึ่งบางครั้งโปรแกรมสำเร็จรูปก็ไม่ได้มีฟังก์ชั่น หรือทำงานได้ตามที่เราต้องการครบทั้งหมด ทำให้เวลานำมาใช้จริงแล้วใช้งานไม่ได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็นโปรแกรมแบบที่เขียนตามความต้องการของเราแล้ว(Custom Software) ฟังก์ชั่นทุกอย่างสามารถใช้ได้จริง 100% ตามที่คุณต้องการนั่นเอง

    2. ไม่ต้องเสียเงินไปกับฟังก์ชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
    โปรแกรมสำเร็จรูปมักจะมีฟังก์ชั่น เมนู รายงาน หรือหน้าจอบางอย่างที่คุณไม่ใช้ แต่ถ้าซื้อแบบสำเร็จรูปมาแล้วเราก็ไม่สามารถเอาสิ่งที่เราไม่ได้ใช้งานนั้นออกไปได้ ทำให้คุณใช้เงินในการซื้อโปรแกรมนั้นๆ ได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร และอาจจะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนในการใช้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานอาจจะงงว่าเมนู หรือรายงานอันไหนที่เราใช้ หรือที่เราไม่ได้ใช้กันแน่

    3. เชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิม และการต่อเติมในอนาคต
    ข้อจำกัดที่สำคัญมากๆ ของโปรแกรมสำเร็จรูปคือ ไม่สามารถเชื่อมต่อระหว่างโปรแกรมอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วได้ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อระหว่างโปรแกรมสำเร็จรูป กับโปรแกรมเดิมที่บริษัทใช้งานอยู่นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรืออาจจะต้องมีการเพิ่มขั้นตอนการแปลงข้อมูลก่อนถึงจะส่งข้อมูลหากันได้ รวมถึงเมื่อต้องการขยายการทำงานของโปรแกรมนั้นไปยังแผนกอื่นๆ ในบริษัท แต่โปรแกรมสำเร็จรูปที่ซื้อมานั้นไม่สามารถครอบคลุมความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ได้

    4. ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการทำงานภายในองค์กร
    โปรแกรมสำเร็จรูปนั้น จะมีขั้นตอนการทำงานที่ถูกกำหนดตายตัว ซึ่งถ้าบริษัทของคุณมีขั้นตอนการทำงานที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ถูกกำหนดไว้นั้น คุณจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานภายในองค์กรของคุณเอง เมื่อเทียบกับโปรแกรมแบบที่เขียนใหม่ คุณแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานภายในองค์กรเลย เพราะขั้นตอนงานทำงานนั้นคุณสามารถเป็นผู้กำหนดมันได้เอง

    5. ลดปัญหาพนักงานไม่อยากใช้โปรแกรมใหม่
    หลายบริษัทเจอปัญหาว่าพนักงานไม่ยอมใช้โปรแกรมใหม่ พวกเขามักรู้สึกว่าโปรแกรมใหม่ไม่ได้ช่วยอะไร แต่กลับเป็นการไปเพิ่มงานให้พวกเขามากกว่า ส่วนหนึ่งมาจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจนั้นได้ 100% ทำให้ต้องปรับวิธีการทำงาน หรือต้องเพิ่มขั้นตอนการทำงานบางอย่างเข้าไป ซึ่งด้วยโปรแกรมแบบที่เขียนขึ้นใหม่นั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานของพนักงาน ง่ายและสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้พวกเขาได้จริงๆ เพราะในโปรแกรมที่เขียนใหม่ จะถูกออกแบบให้ใช้ง่ายและดูคุ้นเคยเหมือนกับงานที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนการทำงานเพิ่มเติม หรือจะต้องไปทำอะไรนอกระบบเพิ่มเติมอีก